ปั๊มจุ่มแนวแกน STAC SAF: วิธีเลือกปั๊มระบายน้ำท่วมให้เหมาะกับหน้างาน

ปั๊มแนวแกน (Axial Flow Pump) คืออะไร
ปั๊มแนวแกน (Axial Flow Pump) คือปั๊มที่ใบพัดมีลักษณะคล้ายใบจักรเรือ ทำหน้าที่ดันน้ำให้ไหลขนานไปกับแนวแกนเพลา แตกต่างจากปั๊มหอยโข่งที่ใช้แรงเหวี่ยงส่งน้ำออกด้านข้าง ผลลัพธ์คือปั๊มแนวแกนเคลื่อนย้ายน้ำได้ปริมาณมากต่อกำลังมอเตอร์ แต่ส่งน้ำได้ไม่สูง จึงเป็นตัวเลือกหลักของงานที่ต้องการ “น้ำเยอะ ยกต่ำ” (High Flow, Low Head)
เมื่อออกแบบเป็น ปั๊มจุ่ม (Submersible) ตัวมอเตอร์และปั๊มจะอยู่ในชุดเดียวกันและจมอยู่ใต้น้ำ ข้อดีคือไม่ต้องล่อน้ำ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะดูด ติดตั้งและเคลื่อนย้ายได้เร็ว และเสียงรบกวนต่ำ ซึ่งสำคัญมากในสถานการณ์เร่งด่วนอย่างน้ำท่วม

ทำไมงานระบายน้ำท่วมจึงเหมาะกับปั๊มแนวแกน
งานระบายน้ำท่วมส่วนใหญ่มีโจทย์เหมือนกัน คือต้องย้ายน้ำปริมาณมหาศาลออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยระยะยกน้ำจริงมักไม่สูง เช่น สูบจากพื้นที่ลุ่มข้ามคันดินลงคลอง หรือสูบจากบ่อพักลงทางระบายน้ำ ซึ่งตรงกับจุดแข็งของปั๊มแนวแกนพอดี
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฤดูฝนปี 2569 มีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติราว 10% แต่ยังเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง โดยช่วงที่ฝนชุกที่สุดคือเดือนสิงหาคม–กันยายน ขณะที่ภาคใต้จะเข้าสู่ช่วงฝนหนักในเดือนตุลาคม–ธันวาคม นั่นหมายความว่า ปริมาณฝนรวมที่น้อยลงไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงน้ำท่วมเฉพาะจุดหมดไป การเตรียมปั๊มระบายน้ำให้พร้อมจึงยังจำเป็นสำหรับโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม หน่วยงานท้องถิ่น และฟาร์มเพาะเลี้ยง
เปรียบเทียบปั๊มแนวแกน ปั๊มหอยโข่ง และปั๊มจุ่มทั่วไป
ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพว่าปั๊มแต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน

สเปกปั๊ม STAC SAF ทั้ง 4 รุ่น
STAC SAF เป็นปั๊มจุ่มระบายน้ำแบบแนวแกน (Submersible Axial Flow Pump) จากแบรนด์ STAC มี 4 รุ่น ขนาดท่อส่ง 6–12 นิ้ว ใช้มอเตอร์ 3 เฟส 4 โพล 50 Hz ผู้ผลิตระบุจุดเด่นคือให้ปริมาณน้ำสูง ทำงานเงียบและแทบไม่สั่นสะเทือน โครงสร้างแข็งแรงแต่กะทัดรัด ติดตั้งและถอดประกอบง่าย ประหยัดพลังงาน และดูแลรักษาต่ำ


โครงสร้างและเงื่อนไขการใช้งาน
- ใบพัด: แบบแนวแกน (Axial-flow) ทำจากบรอนซ์ ทนการกัดกร่อน
- ตัวเรือนปั๊ม: เหล็กหล่อ FC200 ฝาบนเป็น FC200 หรือบรอนซ์
- ซีลกันน้ำ: Double Mechanical Seal วัสดุคาร์บอน + เซรามิก ตลับลูกปืน NSK
- มอเตอร์: 3 เฟส 4 โพล ฉนวน Class F แกนเพลาและโครงสแตนเลส SUS304 สายไฟชนิด VCT
- ช่องผ่านของแข็ง: 23 มม. ทุกรุ่น
- ของเหลวที่ใช้ได้: น้ำชลประทานและน้ำเลี้ยงสัตว์น้ำ อุณหภูมิ 0–40°C จมน้ำลึกได้สูงสุด 10 เมตร
วิธีเลือกขนาดปั๊มระบายน้ำท่วม 4 ขั้นตอน
การเลือกปั๊มที่ใหญ่เกินไปทำให้เสียค่าไฟและค่าลงทุนเกินจำเป็น ส่วนปั๊มที่เล็กเกินไปจะระบายน้ำไม่ทัน ทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์แนะนำให้พิจารณาตามลำดับนี้
1. ประเมินปริมาตรน้ำที่ต้องระบาย — คำนวณจาก พื้นที่ (ตร.ม.) × ความลึกน้ำ (ม.) = ปริมาตร (ลบ.ม.) และเผื่อปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเพิ่มระหว่างสูบ
2. กำหนดเวลาที่ต้องการให้น้ำแห้ง — นำปริมาตรหารด้วยจำนวนชั่วโมง จะได้อัตราการสูบที่ต้องการ (ลบ.ม./ชม.)
3. วัดระยะยกน้ำรวม (Total Head) — ความสูงจากผิวน้ำถึงจุดปล่อยน้ำ บวกการสูญเสียในท่อ ปั๊ม STAC SAF ทำงานเต็มประสิทธิภาพที่ 4–5 เมตร หากระยะยกรวมเข้าใกล้ 7–8 เมตร ปั๊มแนวแกนไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม
4. ตรวจระบบไฟฟ้าหน้างาน — STAC SAF ทุกรุ่นใช้ไฟ 3 เฟส 50 Hz จึงต้องเช็กว่าหน้างานมีไฟ 3 เฟส หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเพียงพอ และความยาวสายไฟ ซึ่งมีผลต่อแรงดันตกและการเลือกตู้ควบคุม

ข้อควรระวังในการติดตั้งและใช้งาน
• จมปั๊มให้ถึงระดับขั้นต่ำเสมอ — ห้ามเดินเครื่องขณะน้ำแห้งหรือต่ำกว่าระดับที่ผู้ผลิตกำหนด เพราะมอเตอร์จะร้อนเกินและซีลเสียหาย
• ติดตะแกรงกันขยะ — ช่องผ่านของแข็งราว 23 มม. ไม่รองรับกิ่งไม้หรือถุงพลาสติก ซึ่งเป็นต้นเหตุของใบพัดติดขัดที่พบบ่อยที่สุด
• ยกด้วยหูยกหรือโซ่เท่านั้น — อย่าดึงปั๊มด้วยสายไฟ เพราะอาจทำให้สายชำรุดและน้ำซึมเข้ามอเตอร์
• ใช้ตู้ควบคุมที่มีระบบป้องกัน — เช่น ป้องกันกระแสเกิน ไฟตก ไฟเกิน และไฟขาดเฟส เพื่อยืดอายุมอเตอร์ในสถานการณ์ไฟฟ้าไม่เสถียร
• ตรวจทิศทางการหมุน — STAC SAF ใช้มอเตอร์ 3 เฟส หากต่อสายสลับเฟส ปั๊มจะหมุนกลับและแทบไม่มีน้ำออก
• วัดค่าฉนวนก่อนใช้งาน — ปั๊มที่เก็บไว้นานควรวัดค่าความเป็นฉนวนของมอเตอร์ด้วยเมกกะโอห์มมิเตอร์ก่อนจ่ายไฟทุกครั้ง

การดูแลปั๊มหลังหมดหน้าน้ำ
ปั๊มระบายน้ำมักถูกใช้งานหนักเพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อปี แล้วถูกเก็บไว้จนถึงหน้าฝนถัดไป การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) หลังใช้งานจึงเป็นตัวชี้ขาดว่าปั๊มจะพร้อมใช้ทันทีเมื่อเกิดเหตุครั้งหน้าหรือไม่
1. ล้างโคลนและตะกอนออกจากตัวปั๊ม ใบพัด และตะแกรง
2. ตรวจสภาพสายไฟ ปลอกสาย และจุดต่อ หากมีรอยแตกหรือบวมให้เปลี่ยนทันที
3. ตรวจซีลกันน้ำ (Mechanical Seal) และน้ำมันในห้องซีลตามคู่มือผู้ผลิต
4. วัดค่าความเป็นฉนวนมอเตอร์และบันทึกค่าไว้เปรียบเทียบปีต่อปี
5. เก็บในที่แห้ง ยกสูงจากพื้น และทดลองเดินเครื่องก่อนเข้าฤดูฝนรอบถัดไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปั๊มระบายน้ำท่วม
1.ปั๊มแนวแกน (Axial Flow Pump) ต่างจากปั๊มหอยโข่งอย่างไร?
ปั๊มแนวแกนดันน้ำไปตามแนวแกนเพลา ให้ปริมาณน้ำ (Flow) สูงมากแต่ส่งได้ไม่สูง ทำงานได้ดีที่ระยะยกประมาณ 4–5 เมตร ส่วนปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump) เหวี่ยงน้ำออกด้านข้าง ส่งน้ำได้สูงกว่าแต่ปริมาณน้ำต่อกำลังมอเตอร์น้อยกว่า งานระบายน้ำท่วมที่ต้องการย้ายน้ำปริมาณมากในระยะยกต่ำ จึงเหมาะกับปั๊มแนวแกนมากกว่า
2.ปั๊ม STAC SAF มีกี่รุ่น และรุ่นไหนระบายน้ำได้มากที่สุด?
STAC SAF มี 4 รุ่นหลัก คือ SAF-6-3.7, SAF-8-5.5, SAF-10-7.5 และ SAF-12-11 ขนาดท่อส่ง 6–12 นิ้ว กำลังมอเตอร์ 3.7–11 kW รุ่น SAF-12-11 ระบายน้ำได้มากที่สุด คือ 7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (ราว 420 ลบ.ม./ชม.) ที่ระยะยกใช้งาน 4 เมตร และสูงสุด 10 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ตามแคตตาล็อกของ STAC
3.ปั๊มจุ่มแนวแกนต้องล่อน้ำก่อนใช้งานหรือไม่?
ไม่ต้อง เพราะตัวปั๊มและมอเตอร์จมอยู่ใต้น้ำทั้งชุด น้ำจึงไหลเข้าใบพัดเองทันทีที่เปิดเครื่อง ต่างจากปั๊มหอยโข่งแบบตั้งบนบกที่ต้องล่อน้ำและมีข้อจำกัดเรื่องระยะดูด แต่ต้องจมปั๊มให้ได้ระดับขั้นต่ำตามคู่มือผู้ผลิตเสมอ
4.ปั๊ม STAC SAF สูบน้ำที่มีเศษขยะหรือโคลนได้หรือไม่?
สูบน้ำที่มีตะกอนและเศษขนาดเล็กได้ โดยช่องให้ของแข็งผ่านได้ (Solid Passage) ประมาณ 23 มม. แต่ควรติดตะแกรงกันขยะหน้าปากดูด เพื่อป้องกันกิ่งไม้ ถุงพลาสติก หรือเศษขนาดใหญ่เข้าไปพันใบพัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมอเตอร์ทำงานหนักจนตัดหรือเสียหาย
5.ใช้ปั๊มแนวแกนส่งน้ำขึ้นที่สูงเกิน 5 เมตรได้ไหม?
ไม่แนะนำ ปั๊ม STAC SAF ทำงานเต็มประสิทธิภาพที่ระยะยก 4–5 เมตร และมีระยะยกสูงสุดเพียง 7–8 เมตร ซึ่งที่จุดนั้นแทบไม่มีน้ำออก เมื่อระยะยกสูงขึ้น ปริมาณน้ำจะลดลงอย่างมากและมอเตอร์ทำงานหนัก หากหน้างานต้องส่งน้ำข้ามคันกั้นสูงหรือส่งไกลหลายร้อยเมตร ควรให้วิศวกรคำนวณระยะยกรวม (Total Head) แล้วพิจารณาปั๊มประเภทอื่น หรือแบ่งเป็นหลายช่วงแทน
6.ปั๊ม STAC SAF ใช้กับน้ำเสียหรือน้ำร้อนได้ไหม?
ผู้ผลิตออกแบบ STAC SAF สำหรับน้ำใช้ในงานชลประทาน งานเกษตร และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อุณหภูมิน้ำ 0–40°C และจมน้ำได้ลึกสูงสุด 10 เมตร หากเป็นน้ำเสียจากโรงงาน น้ำที่มีสารเคมี หรือน้ำร้อน ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อเลือกปั๊มที่ออกแบบสำหรับงานนั้นโดยเฉพาะ
7.ควรดูแลปั๊มระบายน้ำอย่างไรหลังหมดหน้าน้ำ?
ล้างตะกอนออกจากตัวปั๊มและใบพัด ตรวจสภาพสายไฟ ซีลกันน้ำ (Mechanical Seal) และวัดค่าความเป็นฉนวนของมอเตอร์ด้วยเมกกะโอห์มมิเตอร์ จากนั้นเก็บในที่แห้ง ยกสูงจากพื้น และทดลองเดินเครื่องก่อนเข้าหน้าฝนรอบถัดไป เพื่อให้พร้อมใช้งานทันทีเมื่อเกิดเหตุ
ปรึกษาทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์
สหคิมมอเตอร์ดำเนินธุรกิจด้านปั๊ม มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2511 (57 ปี) เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากกว่า 15 แบรนด์ รวมถึง STAC พร้อมบริการหลังการขายทั่วประเทศ ทีมวิศวกรของเราช่วยประเมินหน้างาน คำนวณขนาดปั๊ม และแนะนำตู้ควบคุมที่เหมาะสมกับงานระบายน้ำของคุณ
ปรึกษาทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์ ทักแชทได้ทันที
LINE OA: @sahakimmotor | Contact Center: 085-488-4848
เว็บไซต์: www.sahakimgroup.com | Facebook: skm1968 | TikTok: @sahakimmotor


