แชร์

ปั๊มสูบน้ำท่วมขัง เลือกยังไง? 5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนซื้อ

อัพเดทล่าสุด: 12 ต.ค. 2026
33 ผู้เข้าชม
ปั๊มแช่สูบน้ำท่วมขังชั้นใต้ดิน พร้อมช่างตรวจสอบหน้างาน
ปั๊มสูบน้ำท่วมขัง เลือกยังไง? 5 ข้อต้องเช็กก่อนซื้อ | สหคิมมอเตอร์

ปั๊มสูบน้ำท่วมขัง เลือกยังไง? 5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนซื้อ (บ้าน โรงงาน ชั้นใต้ดิน)

น้ำท่วมขังส่วนใหญ่ใช้ "ปั๊มแช่" (ปั๊มจุ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่าไดโว่) การเลือกให้ถูกดู 5 ข้อ คือ (1) ปริมาณน้ำที่ต้องสูบและเวลาที่ต้องการ (2) ระยะยกน้ำหรือเฮด (3) ชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก (4) ระบบไฟและความปลอดภัย (5) ไฟสำรองเมื่อไฟดับ ถ้าซื้อโดยดูแค่ "แรงม้า" มักได้ปั๊มที่ไม่พอหรือใหญ่เกินจำเป็น

เมื่อน้ำท่วมขังในบ้าน ชั้นใต้ดิน ลานจอดรถ หรือโรงงาน ทุกชั่วโมงที่น้ำยังอยู่คือความเสียหายที่เพิ่มขึ้น แต่การรีบซื้อปั๊มโดยไม่คำนวณ มักจบที่สูบไม่ทัน ปั๊มไหม้ หรือเสี่ยงไฟรั่ว บทความนี้สรุปวิธีเลือกแบบที่วิศวกรใช้ ทำตามได้เลย

ปั๊มสูบน้ำท่วมขังมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับงานอะไร?

ปั๊มที่ใช้สูบน้ำท่วมแบ่งตามลักษณะหน้างานได้ดังนี้

หน้างาน ปั๊มที่เหมาะ หมายเหตุ
บ้าน ชั้นใต้ดิน หลุมลิฟต์ น้ำท่วมขังไม่มาก ปั๊มแช่ขนาดเล็กกลาง ติดตั้งง่าย ย้ายตำแหน่งได้
น้ำมีโคลน ทราย ตะกอน ปั๊มแช่ชนิดรับสิ่งสกปรก ดูขนาดเม็ดของแข็งที่รับได้จากสเปก
น้ำปนขยะ น้ำเสีย บ่อพักน้ำ ปั๊มน้ำเสีย ใบพัดชนิดรับของแข็ง ใช้กับสถานีสูบหรือบ่อพักได้
พื้นที่กว้าง ปริมาณน้ำมาก (โรงงาน ถนนในพื้นที่ ระบายลงคลอง) เครื่องสูบน้ำอัตราไหลสูง เช่น ปั๊มแช่ใบพัดแบบ axial flow เฮดต่ำ แต่สูบปริมาณมาก

สหคิมมอเตอร์มีทั้ง ปั๊มน้ำและระบบสูบน้ำ และเครื่องสูบน้ำสำหรับงานระบายน้ำ เช่น STAC SAF Submersible Axial Flow Pump สำหรับงานที่ต้องการอัตราสูบสูง

5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเลือกปั๊มสูบน้ำท่วมขัง

1. คำนวณปริมาณน้ำและเวลาที่ต้องการให้สูบหมด

สูตรง่าย ๆ คือ อัตราสูบที่ต้องการ = ปริมาตรน้ำ ÷ เวลาที่ต้องการ

ตัวอย่าง (เพื่อประกอบการอธิบาย): ชั้นใต้ดินกว้าง 10 ม. ยาว 10 ม. น้ำสูง 0.5 ม. = 50 ลบ.ม. ถ้าต้องการสูบหมดใน 2 ชั่วโมง ต้องใช้ 25 ลบ.ม./ชม. (ประมาณ 417 ลิตร/นาที) และควรเผื่ออีก 2030% เพราะน้ำอาจไหลเข้าเพิ่ม จึงเลือกปั๊มที่ให้ประมาณ 3032 ลบ.ม./ชม. ที่เฮดหน้างาน

ตัวช่วยแปลงหน่วย: 1 ลบ.ม./ชม. 16.7 ลิตร/นาที

2. คิดเฮด (ระยะยกน้ำ) ให้ครบ ไม่ใช่แค่ความสูงตรง ๆ

เฮดรวม = ความสูงจากระดับน้ำถึงจุดทิ้ง + แรงเสียดทานในท่อหรือสายยาง ท่อยาว ข้อโค้ง และการพับงอทำให้เฮดจริงสูงกว่าที่คิด จากตัวอย่างข้างต้น ถ้ายกน้ำขึ้นสูง 4 ม. และมีท่อยาวพร้อมข้อโค้ง เฮดรวมอาจอยู่ราว 68 ม.

จากนั้นให้ดู เส้นโค้งสมรรถนะ (Pump Curve) ของปั๊ม แล้วอ่านค่าอัตราสูบที่เฮดนั้น อย่าดูแค่ตัวเลขสูงสุดบนฉลากหรือในโฆษณา เพราะตัวเลขสูงสุดมักเป็นค่าที่เฮดต่ำมาก

3. ดูชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก

น้ำท่วมมักมีโคลน ทราย ใบไม้ หรือขยะปนมา ปั๊มแช่ทั่วไปรับสิ่งสกปรกได้จำกัด ให้เช็กสเปก "ขนาดของแข็งที่ผ่านได้" และชนิดใบพัด ถ้าน้ำสกปรกมากควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับน้ำสกปรกหรือน้ำเสีย และใช้ตะแกรงหรือถุงกรองกันเศษเข้าปั๊ม ไม่เช่นนั้นใบพัดอาจติดและมอเตอร์ตัดหรือไหม้

4. เช็กระบบไฟและความปลอดภัย (ข้อนี้สำคัญที่สุด)

  • ตัดไฟที่ต้นทางก่อนลงพื้นที่น้ำท่วม และห้ามลุยน้ำในพื้นที่ที่ยังมีไฟฟ้าจ่ายอยู่
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจให้วงจรของปั๊มมีสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) ตามมาตรฐานการติดตั้ง
  • เช็กว่าปั๊มใช้ไฟ 1 เฟส (220 V) หรือ 3 เฟส (380 V) ให้ตรงกับระบบที่มี
  • ห้ามยก ลาก หรือแขวนปั๊มด้วยสายไฟ ให้ใช้สลิงหรือโซ่ที่หูยก
  • ตรวจสายไฟตลอดเส้นว่าไม่มีรอยแตก ก่อนหย่อนปั๊มลงน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเดินปั๊มแห้ง ควรมีลูกลอยหรือระบบตัดเมื่อน้ำต่ำ เพราะปั๊มแช่อาศัยน้ำช่วยระบายความร้อน

หากต้องการระบบอัตโนมัติ (เปิดปิดตามระดับน้ำ ป้องกันโอเวอร์โหลด) แนะนำใช้ตู้ควบคุมปั๊มที่เหมาะกับขนาดมอเตอร์

5. เตรียมไฟสำรอง เพราะฝนหนักมักมาพร้อมไฟดับ

มอเตอร์ปั๊มกินกระแสตอนสตาร์ทสูงกว่าตอนเดินปกติหลายเท่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงต้องเลือกให้เผื่อกำลังสำหรับช่วงสตาร์ท ไม่ใช่เท่ากับกำลังมอเตอร์พอดี และห้ามเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในที่อับหรือในอาคารที่อากาศไม่ถ่ายเท เพราะเสี่ยงก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ให้วิศวกรช่วยคำนวณขนาดให้เหมาะกับปั๊มทั้งชุด

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนสูบน้ำท่วม

  1. เลือกปั๊มจากแรงม้าอย่างเดียว โดยไม่ดูอัตราสูบที่เฮดจริง
  2. ใช้ปั๊มน้ำสำหรับน้ำสะอาด (ปั๊มบ้านหรือปั๊มหอยโข่ง) มาสูบน้ำโคลน ใบพัดและซีลสึกเร็ว
  3. ใช้สายยางเล็กกว่าปากทางออกของปั๊มหรือพับงอ ทำให้เฮดสูญเสียสูงและสูบช้า
  4. ไม่มีตะแกรงกรอง เศษเข้าใบพัดจนปั๊มตัน
  5. ปล่อยปั๊มเดินต่อเนื่องโดยไม่เฝ้าดู ปั๊มเดินแห้งเมื่อน้ำลดแล้วมอเตอร์ร้อนจัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปั๊มสูบน้ำท่วมขัง (FAQ)

ปั๊มแช่กับไดโว่ต่างกันไหม?
ในทางปฏิบัติ คนไทยมักใช้คำว่าไดโว่เรียกปั๊มแช่หรือปั๊มจุ่มที่ใช้สูบน้ำท่วมขัง คือปั๊มที่ตัวมอเตอร์และปั๊มอยู่ในตัวเดียวกันและทำงานใต้น้ำได้ เวลาเลือกซื้อให้ดูสเปกอัตราสูบ เฮด และชนิดน้ำที่รับได้เป็นหลัก มากกว่าชื่อเรียก
ปั๊มแช่ขนาดเท่าไหร่ถึงพอสำหรับน้ำท่วมบ้าน?
ขึ้นกับปริมาตรน้ำและเวลาที่ต้องการ เช่น บ้านชั้นล่างพื้นที่ 100 ตร.ม. น้ำสูง 0.3 ม. = 30 ลบ.ม. ถ้าต้องการสูบหมดใน 3 ชั่วโมง ต้องใช้ประมาณ 10 ลบ.ม./ชม. (ราว 167 ลิตร/นาที) ที่เฮดหน้างาน แล้วเผื่อเพิ่มอีก 2030%
ใช้ปั๊มน้ำอัตโนมัติในบ้านสูบน้ำท่วมได้ไหม?
ไม่แนะนำ ปั๊มน้ำอัตโนมัติและปั๊มหอยโข่งสำหรับน้ำสะอาดไม่ได้ออกแบบมารับโคลนหรือตะกอน ใบพัดและซีลจะสึกเร็ว ควรใช้ปั๊มแช่ที่เหมาะกับน้ำสกปรก
ต่อสายยางยาว ๆ แล้วสูบช้าลงไหม?
ช้าลง เพราะสายยางที่ยาวและมีข้อโค้งเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้เฮดรวมสูงขึ้นและอัตราสูบลดลง ควรใช้สายหรือท่อขนาดไม่เล็กกว่าปากทางออกของปั๊ม วางให้ตรงและไม่พับงอ
ปั๊มตัดเองระหว่างสูบน้ำท่วมเพราะอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยคือใบพัดติดเศษขยะหรือทราย ปั๊มเดินแห้ง ไฟตก หรือมอเตอร์ร้อนจนระบบป้องกันโอเวอร์โหลดตัด ให้ตัดไฟ ยกปั๊มขึ้นมาตรวจและล้างเศษที่ติดก่อนเดินเครื่องใหม่ ถ้าตัดซ้ำควรให้ช่างตรวจ
หลังน้ำลด ปั๊มและมอเตอร์ที่จมน้ำต้องทำอย่างไร?
ห้ามเปิดใช้ทันที ต้องล้าง อบแห้ง และวัดค่าฉนวนก่อน 

ไม่แน่ใจว่าควรใช้ปั๊มรุ่นไหน ปรึกษาทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์ได้

สหคิมมอเตอร์ดูแลงานปั๊ม มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้ควบคุม มากว่า 57 ปี ส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ทีมช่วยประเมินและเสนอรุ่นได้

  • ขนาดพื้นที่และระดับน้ำที่ขัง
  • ความสูงจากระดับน้ำถึงจุดที่จะระบายทิ้ง และระยะท่อ
  • ชนิดน้ำ (สะอาด โคลน ปนขยะ น้ำเสีย)
  • ระบบไฟที่มี (1 เฟส / 3 เฟส) และมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือไม่

LINE: @sahakimmotor
Contact Center: 085-488-4848
เว็บไซต์: sahakimgroup.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
มอเตอร์จมน้ำ ห้ามเปิดทันที
มอเตอร์และปั๊มที่จมน้ำห้ามจ่ายไฟทันที แม้จะดูแห้งแล้วก็ตาม ต้องล้างโคลนออก อบแห้งขดลวด และวัดค่าความต้านทานฉนวนให้ได้อย่างน้อย 5 เมกะโอห์ม สำหรับมอเตอร์แรงดันต่ำทั่วไป จากนั้นเปลี่ยนลูกปืนและจาระบี แล้วจึงทดลองเดินเครื่อง มอเตอร์ส่วนใหญ่ซ่อมได้ถ้าจัดการเร็วและถูกวิธี
2 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy