ปั๊มสูบน้ำท่วมขัง เลือกยังไง? 5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนซื้อ

ปั๊มสูบน้ำท่วมขัง เลือกยังไง? 5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนซื้อ (บ้าน โรงงาน ชั้นใต้ดิน)
น้ำท่วมขังส่วนใหญ่ใช้ "ปั๊มแช่" (ปั๊มจุ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่าไดโว่) การเลือกให้ถูกดู 5 ข้อ คือ (1) ปริมาณน้ำที่ต้องสูบและเวลาที่ต้องการ (2) ระยะยกน้ำหรือเฮด (3) ชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก (4) ระบบไฟและความปลอดภัย (5) ไฟสำรองเมื่อไฟดับ ถ้าซื้อโดยดูแค่ "แรงม้า" มักได้ปั๊มที่ไม่พอหรือใหญ่เกินจำเป็น
เมื่อน้ำท่วมขังในบ้าน ชั้นใต้ดิน ลานจอดรถ หรือโรงงาน ทุกชั่วโมงที่น้ำยังอยู่คือความเสียหายที่เพิ่มขึ้น แต่การรีบซื้อปั๊มโดยไม่คำนวณ มักจบที่สูบไม่ทัน ปั๊มไหม้ หรือเสี่ยงไฟรั่ว บทความนี้สรุปวิธีเลือกแบบที่วิศวกรใช้ ทำตามได้เลย
ปั๊มสูบน้ำท่วมขังมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับงานอะไร?
ปั๊มที่ใช้สูบน้ำท่วมแบ่งตามลักษณะหน้างานได้ดังนี้
| หน้างาน | ปั๊มที่เหมาะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| บ้าน ชั้นใต้ดิน หลุมลิฟต์ น้ำท่วมขังไม่มาก | ปั๊มแช่ขนาดเล็กกลาง | ติดตั้งง่าย ย้ายตำแหน่งได้ |
| น้ำมีโคลน ทราย ตะกอน | ปั๊มแช่ชนิดรับสิ่งสกปรก | ดูขนาดเม็ดของแข็งที่รับได้จากสเปก |
| น้ำปนขยะ น้ำเสีย บ่อพักน้ำ | ปั๊มน้ำเสีย ใบพัดชนิดรับของแข็ง | ใช้กับสถานีสูบหรือบ่อพักได้ |
| พื้นที่กว้าง ปริมาณน้ำมาก (โรงงาน ถนนในพื้นที่ ระบายลงคลอง) | เครื่องสูบน้ำอัตราไหลสูง เช่น ปั๊มแช่ใบพัดแบบ axial flow | เฮดต่ำ แต่สูบปริมาณมาก |
สหคิมมอเตอร์มีทั้ง ปั๊มน้ำและระบบสูบน้ำ และเครื่องสูบน้ำสำหรับงานระบายน้ำ เช่น STAC SAF Submersible Axial Flow Pump สำหรับงานที่ต้องการอัตราสูบสูง
5 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเลือกปั๊มสูบน้ำท่วมขัง
1. คำนวณปริมาณน้ำและเวลาที่ต้องการให้สูบหมด
สูตรง่าย ๆ คือ อัตราสูบที่ต้องการ = ปริมาตรน้ำ ÷ เวลาที่ต้องการ
ตัวอย่าง (เพื่อประกอบการอธิบาย): ชั้นใต้ดินกว้าง 10 ม. ยาว 10 ม. น้ำสูง 0.5 ม. = 50 ลบ.ม. ถ้าต้องการสูบหมดใน 2 ชั่วโมง ต้องใช้ 25 ลบ.ม./ชม. (ประมาณ 417 ลิตร/นาที) และควรเผื่ออีก 2030% เพราะน้ำอาจไหลเข้าเพิ่ม จึงเลือกปั๊มที่ให้ประมาณ 3032 ลบ.ม./ชม. ที่เฮดหน้างาน
ตัวช่วยแปลงหน่วย: 1 ลบ.ม./ชม. 16.7 ลิตร/นาที
2. คิดเฮด (ระยะยกน้ำ) ให้ครบ ไม่ใช่แค่ความสูงตรง ๆ
เฮดรวม = ความสูงจากระดับน้ำถึงจุดทิ้ง + แรงเสียดทานในท่อหรือสายยาง ท่อยาว ข้อโค้ง และการพับงอทำให้เฮดจริงสูงกว่าที่คิด จากตัวอย่างข้างต้น ถ้ายกน้ำขึ้นสูง 4 ม. และมีท่อยาวพร้อมข้อโค้ง เฮดรวมอาจอยู่ราว 68 ม.
จากนั้นให้ดู เส้นโค้งสมรรถนะ (Pump Curve) ของปั๊ม แล้วอ่านค่าอัตราสูบที่เฮดนั้น อย่าดูแค่ตัวเลขสูงสุดบนฉลากหรือในโฆษณา เพราะตัวเลขสูงสุดมักเป็นค่าที่เฮดต่ำมาก
3. ดูชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก
น้ำท่วมมักมีโคลน ทราย ใบไม้ หรือขยะปนมา ปั๊มแช่ทั่วไปรับสิ่งสกปรกได้จำกัด ให้เช็กสเปก "ขนาดของแข็งที่ผ่านได้" และชนิดใบพัด ถ้าน้ำสกปรกมากควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับน้ำสกปรกหรือน้ำเสีย และใช้ตะแกรงหรือถุงกรองกันเศษเข้าปั๊ม ไม่เช่นนั้นใบพัดอาจติดและมอเตอร์ตัดหรือไหม้
4. เช็กระบบไฟและความปลอดภัย (ข้อนี้สำคัญที่สุด)
- ตัดไฟที่ต้นทางก่อนลงพื้นที่น้ำท่วม และห้ามลุยน้ำในพื้นที่ที่ยังมีไฟฟ้าจ่ายอยู่
- ให้ช่างไฟฟ้าตรวจให้วงจรของปั๊มมีสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) ตามมาตรฐานการติดตั้ง
- เช็กว่าปั๊มใช้ไฟ 1 เฟส (220 V) หรือ 3 เฟส (380 V) ให้ตรงกับระบบที่มี
- ห้ามยก ลาก หรือแขวนปั๊มด้วยสายไฟ ให้ใช้สลิงหรือโซ่ที่หูยก
- ตรวจสายไฟตลอดเส้นว่าไม่มีรอยแตก ก่อนหย่อนปั๊มลงน้ำ
- หลีกเลี่ยงการเดินปั๊มแห้ง ควรมีลูกลอยหรือระบบตัดเมื่อน้ำต่ำ เพราะปั๊มแช่อาศัยน้ำช่วยระบายความร้อน
หากต้องการระบบอัตโนมัติ (เปิดปิดตามระดับน้ำ ป้องกันโอเวอร์โหลด) แนะนำใช้ตู้ควบคุมปั๊มที่เหมาะกับขนาดมอเตอร์
5. เตรียมไฟสำรอง เพราะฝนหนักมักมาพร้อมไฟดับ
มอเตอร์ปั๊มกินกระแสตอนสตาร์ทสูงกว่าตอนเดินปกติหลายเท่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงต้องเลือกให้เผื่อกำลังสำหรับช่วงสตาร์ท ไม่ใช่เท่ากับกำลังมอเตอร์พอดี และห้ามเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในที่อับหรือในอาคารที่อากาศไม่ถ่ายเท เพราะเสี่ยงก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ให้วิศวกรช่วยคำนวณขนาดให้เหมาะกับปั๊มทั้งชุด
5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนสูบน้ำท่วม
- เลือกปั๊มจากแรงม้าอย่างเดียว โดยไม่ดูอัตราสูบที่เฮดจริง
- ใช้ปั๊มน้ำสำหรับน้ำสะอาด (ปั๊มบ้านหรือปั๊มหอยโข่ง) มาสูบน้ำโคลน ใบพัดและซีลสึกเร็ว
- ใช้สายยางเล็กกว่าปากทางออกของปั๊มหรือพับงอ ทำให้เฮดสูญเสียสูงและสูบช้า
- ไม่มีตะแกรงกรอง เศษเข้าใบพัดจนปั๊มตัน
- ปล่อยปั๊มเดินต่อเนื่องโดยไม่เฝ้าดู ปั๊มเดินแห้งเมื่อน้ำลดแล้วมอเตอร์ร้อนจัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปั๊มสูบน้ำท่วมขัง (FAQ)
- ปั๊มแช่กับไดโว่ต่างกันไหม?
- ในทางปฏิบัติ คนไทยมักใช้คำว่าไดโว่เรียกปั๊มแช่หรือปั๊มจุ่มที่ใช้สูบน้ำท่วมขัง คือปั๊มที่ตัวมอเตอร์และปั๊มอยู่ในตัวเดียวกันและทำงานใต้น้ำได้ เวลาเลือกซื้อให้ดูสเปกอัตราสูบ เฮด และชนิดน้ำที่รับได้เป็นหลัก มากกว่าชื่อเรียก
- ปั๊มแช่ขนาดเท่าไหร่ถึงพอสำหรับน้ำท่วมบ้าน?
- ขึ้นกับปริมาตรน้ำและเวลาที่ต้องการ เช่น บ้านชั้นล่างพื้นที่ 100 ตร.ม. น้ำสูง 0.3 ม. = 30 ลบ.ม. ถ้าต้องการสูบหมดใน 3 ชั่วโมง ต้องใช้ประมาณ 10 ลบ.ม./ชม. (ราว 167 ลิตร/นาที) ที่เฮดหน้างาน แล้วเผื่อเพิ่มอีก 2030%
- ใช้ปั๊มน้ำอัตโนมัติในบ้านสูบน้ำท่วมได้ไหม?
- ไม่แนะนำ ปั๊มน้ำอัตโนมัติและปั๊มหอยโข่งสำหรับน้ำสะอาดไม่ได้ออกแบบมารับโคลนหรือตะกอน ใบพัดและซีลจะสึกเร็ว ควรใช้ปั๊มแช่ที่เหมาะกับน้ำสกปรก
- ต่อสายยางยาว ๆ แล้วสูบช้าลงไหม?
- ช้าลง เพราะสายยางที่ยาวและมีข้อโค้งเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้เฮดรวมสูงขึ้นและอัตราสูบลดลง ควรใช้สายหรือท่อขนาดไม่เล็กกว่าปากทางออกของปั๊ม วางให้ตรงและไม่พับงอ
- ปั๊มตัดเองระหว่างสูบน้ำท่วมเพราะอะไร?
- สาเหตุที่พบบ่อยคือใบพัดติดเศษขยะหรือทราย ปั๊มเดินแห้ง ไฟตก หรือมอเตอร์ร้อนจนระบบป้องกันโอเวอร์โหลดตัด ให้ตัดไฟ ยกปั๊มขึ้นมาตรวจและล้างเศษที่ติดก่อนเดินเครื่องใหม่ ถ้าตัดซ้ำควรให้ช่างตรวจ
- หลังน้ำลด ปั๊มและมอเตอร์ที่จมน้ำต้องทำอย่างไร?
- ห้ามเปิดใช้ทันที ต้องล้าง อบแห้ง และวัดค่าฉนวนก่อน
ไม่แน่ใจว่าควรใช้ปั๊มรุ่นไหน ปรึกษาทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์ได้
สหคิมมอเตอร์ดูแลงานปั๊ม มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้ควบคุม มากว่า 57 ปี ส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ทีมช่วยประเมินและเสนอรุ่นได้
- ขนาดพื้นที่และระดับน้ำที่ขัง
- ความสูงจากระดับน้ำถึงจุดที่จะระบายทิ้ง และระยะท่อ
- ชนิดน้ำ (สะอาด โคลน ปนขยะ น้ำเสีย)
- ระบบไฟที่มี (1 เฟส / 3 เฟส) และมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือไม่
LINE: @sahakimmotor
Contact Center: 085-488-4848
เว็บไซต์: sahakimgroup.com
