แชร์

ปั๊มน้ำในบ้านหลังน้ำท่วม เปิดใช้ได้เมื่อไหร่

อัพเดทล่าสุด: 9 ต.ค. 2026
55 ผู้เข้าชม
ปั๊มน้ำบ้านหลังน้ำท่วม เช็คลิสต์ก่อนเปิดใช้งาน
สรุปสั้น

ปั๊มน้ำบ้านหลังน้ำท่วม เปิดใช้ได้เมื่อไหร่

น้ำลดแล้วยังไม่ควรเปิดปั๊มทันที ให้ตัดไฟและให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อน จากนั้นดูว่าปั๊มและมอเตอร์เคยจมน้ำหรือไม่ ปั๊มที่เคยจมน้ำไม่ควรเปิดเองจนกว่าจะผ่านการตรวจ แล้วจึงล้างถังเก็บน้ำและไล่น้ำในท่อทิ้ง ก่อนเปิดปั๊มครั้งแรกอย่างระมัดระวัง และอย่าดื่มน้ำจากระบบนั้นจนกว่าจะมั่นใจว่าสะอาดแล้ว

สถานการณ์ล่าสุด

จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 4 ต.ค. 2569 ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 3.2 ล้านคน (กรุงเทพธุรกิจ, 4 ต.ค. 2569) ขณะที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2569 ว่าระดับน้ำใน 12 จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครเริ่มลดลง แต่อีก 13 จังหวัดระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น (ฐานเศรษฐกิจ, 3 ต.ค. 2569)

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. 2569 พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีแนวโน้มปริมาณฝนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (กรุงเทพธุรกิจ, 4 ต.ค. 2569) ติดตามพยากรณ์ล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา

ทำไมไม่ควรเปิดปั๊มทันทีที่น้ำลด

สามเหตุผลที่ทำให้การรีบเปิดเสี่ยงกว่าที่คิด

1

ไฟรั่วและไฟช็อต

สายไฟ เต้ารับ และตู้ควบคุมที่เปียกน้ำอาจมีไฟรั่ว อันตรายต่อชีวิตก่อนจะเป็นเรื่องของเครื่อง

2

ฉนวนมอเตอร์เสียหายโดยมองไม่เห็น

น้ำเข้าขดลวดทำให้เปิดแล้วลัดวงจรหรือไหม้ได้

3

สิ่งสกปรกในระบบน้ำ

น้ำท่วมพาตะกอนและสิ่งปนเปื้อนเข้าถังและท่อ ถ้าเปิดปั๊มทันที น้ำสกปรกจะถูกส่งไปทั่วบ้าน

กรุงเทพธุรกิจรายงานคำแนะนำของวิศวกร (ให้ข้อมูลโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 ว่าหลังน้ำลดไม่ควรเร่งกลับเข้าใช้อาคารทันที เพราะอาจมีความเสียหายที่มองไม่เห็น เช่น ความชื้นในระบบไฟฟ้า (อ่านต้นฉบับ) ส่วนนายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะนำว่าสิ่งแรกที่ควรทำหลังน้ำลดคือการตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ใช่การซ่อม และให้ทำตามลำดับ Safety, Inspect, Dry, Repair (กรุงเทพธุรกิจ, 4 ต.ค. 2569)

!ความปลอดภัยมาก่อน

อย่าสัมผัสสายไฟ สวิตช์ หรือเบรกเกอร์ขณะมือหรือพื้นเปียก และอย่าเปิดไฟที่เคยถูกน้ำท่วมจนกว่าช่างไฟฟ้าจะตรวจแล้ว

เช็คลิสต์ 6 ข้อก่อนเปิดปั๊มน้ำที่บ้าน

ทำตามลำดับ อย่าข้ามข้อ

1

ตัดไฟ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อน

ปิดเบรกเกอร์ของปั๊มและระบบน้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจสายไฟ เต้ารับ เบรกเกอร์ และตู้ควบคุมก่อนเปิดไฟอีกครั้ง ข้อนี้ข้ามไม่ได้

ฐานเศรษฐกิจรายงานข้อควรระวังด้านไฟฟ้าหลังน้ำลด (29 ก.ย. 2569) ว่าไม่ควรยกเบรกเกอร์จ่ายไฟกลับเข้าบ้านเอง ควรให้ช่างไฟตรวจระบบก่อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำไม่ควรเสียบลองใช้เอง แม้ดูแห้งแล้ว (อ่านต้นฉบับ) ส่วนกรมอนามัยเคยแนะนำไว้ (ฐานเศรษฐกิจ, 31 ต.ค. 2565) ให้ตรวจว่าระบบไฟฟ้าไม่เปียกชื้นก่อนใช้งาน (อ่านต้นฉบับ)

2

ดูว่าปั๊มเคยจมน้ำหรือไม่

ปั๊มอยู่สูงและน้ำไม่ถึง: ตรวจสภาพภายนอกและสายไฟ แล้วไปข้อต่อไป

ปั๊มหรือมอเตอร์เคยจมน้ำ: อย่าเปิดเอง ควรให้ช่างหรือวิศวกรประเมินว่าซ่อมหรือเปลี่ยน ดูหลักการตรวจในบทความ มอเตอร์จมน้ำ หลังน้ำลดต้องทำอย่างไร

เป็นปั๊มจุ่ม: ตรวจสายไฟและตัวปั๊มก่อนใช้งานเช่นกัน

กรุงเทพธุรกิจ (28 ก.ย. 2569) ระบุว่าอุปกรณ์เครื่องกลอย่างมอเตอร์และปั๊มน้ำไม่ควรรีบเปิดเพียงเพราะระดับน้ำพ้นอุปกรณ์แล้ว ควรทำให้แห้งและตรวจสภาพก่อน และหากไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าถึงส่วนใด ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนเปิดใช้งาน (อ่านต้นฉบับ)

3

ตรวจและล้างถังเก็บน้ำ

ถ้าถังเคยถูกน้ำท่วมหรือน้ำล้นเข้า ควรระบายน้ำเก่าทิ้งทั้งหมด ล้างผนังและก้นถัง แล้วตรวจฝาถังและจุดต่อท่อว่าแน่นหรือเสียหายหรือไม่

บทความเดียวกันของกรุงเทพธุรกิจระบุว่า หากถังเก็บน้ำหรือระบบประปามีโอกาสสัมผัสน้ำท่วมที่อาจปนเปื้อน ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามวิธีที่เหมาะสมก่อนนำน้ำกลับมาอุปโภคบริโภค และสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านแนะนำให้ตรวจถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ และท่อน้ำก่อนกลับมาใช้ระบบตามปกติ (อ่านต้นฉบับ)

4

ไล่น้ำเก่าในท่อและก๊อกทิ้ง

หลังล้างถัง ให้ปล่อยน้ำทิ้งทางก๊อกหลาย ๆ จุดจนน้ำใส ไม่มีกลิ่นและตะกอน ก่อนใช้งานตามปกติ

5

เปิดปั๊มครั้งแรกอย่างระมัดระวัง

เปิดเบรกเกอร์และสังเกตปั๊ม ถ้ามีกลิ่นไหม้ เสียงผิดปกติ ควัน ประกายไฟ หรือเบรกเกอร์ตัด ให้ปิดทันทีและเรียกช่าง ถ้าปั๊มไม่ดูดน้ำ ดูบทความ ปั๊มหอยโข่งไม่ดูดน้ำ สาเหตุและวิธีแก้ และอย่าปล่อยให้เดินตัวเปล่านาน

6

อย่าเพิ่งดื่มน้ำจากระบบจนกว่าจะมั่นใจ

ช่วงแรกหลังน้ำลด ควรใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือน้ำที่ต้มแล้วสำหรับดื่มและทำอาหาร ใช้น้ำจากระบบสำหรับงานอื่นไปก่อน และปรึกษาหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ข้อมูลทั่วไปด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมดูได้ที่เว็บไซต์ กรมอนามัย

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนปั๊มแทนซ่อม

ถ้าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ควรปรึกษาก่อนตัดสินใจซ่อม

เสียหายหลายจุด

ปั๊มหรือมอเตอร์จมน้ำสกปรกหรือน้ำเค็ม และเสียหายหลายจุด

ค่าซ่อมไม่คุ้ม

ตรวจแล้วค่าซ่อมใกล้เคียงของใหม่ หรือซ่อมแล้วยังไม่มั่นใจ

ปั๊มเก่ามาก

ปั๊มใช้งานมานานและเคยมีปัญหาบ่อย

ถ้าต้องเลือกปั๊มใหม่ เตรียมข้อมูลบ้านไว้ปรึกษาทีมวิศวกร
บ้านกี่ชั้น ใช้น้ำกี่คน แหล่งน้ำ ระบบไฟที่มี

ข้อมูลอ้างอิง

แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบบทความ (เข้าถึงเมื่อ 9 ต.ค. 2569)

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์น้ำท่วม และกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฝน 4 ต.ค. 2569 ผ่าน กรุงเทพธุรกิจ
  • ปภ. อัปเดตน้ำท่วม 3 ต.ค. 2569 ผ่าน ฐานเศรษฐกิจ
  • เตือนภัยไฟฟ้าหลังน้ำลด 6 ข้อ 29 ก.ย. 2569 ผ่าน ฐานเศรษฐกิจ
  • ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เรื่อง 5 ระบบอาคารที่ต้องเช็กหลังน้ำลด 28 ก.ย. 2569 ผ่าน กรุงเทพธุรกิจ
  • สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะ 4 ขั้นตอน Safety, Inspect, Dry, Repair 4 ต.ค. 2569 ผ่าน กรุงเทพธุรกิจ
  • กรมอนามัย คำแนะนำฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด 31 ต.ค. 2565 ผ่าน ฐานเศรษฐกิจ
  • พยากรณ์อากาศล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูลทั่วไป กรมอนามัย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. น้ำลดแล้ว เปิดปั๊มน้ำที่บ้านได้เลยไหม

ยังไม่ควรเปิดทันที ให้ตัดไฟ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ และตรวจปั๊มก่อน โดยเฉพาะถ้าปั๊มหรือมอเตอร์เคยจมน้ำ

Q. ปั๊มน้ำที่จมน้ำแล้วตากแห้งใช้ได้ไหม

ไม่แนะนำให้เปิดเอง แม้ภายนอกแห้งแล้ว ขดลวดภายในอาจยังชื้นหรือฉนวนเสียหาย ควรให้ช่างวัดและประเมินก่อน

Q. ถังเก็บน้ำต้องล้างไหมหลังน้ำท่วม

ควรล้างถ้าถังเคยถูกน้ำท่วมหรือน้ำล้นเข้า ระบายน้ำเก่าทิ้ง ล้างผนังและก้นถัง แล้วไล่น้ำในท่อทิ้งก่อนใช้

Q. น้ำจากก๊อกขุ่นหลังน้ำลด ดื่มได้ไหม

ไม่ควรดื่ม ให้ไล่น้ำทิ้งจนใส ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุกไปก่อน และสอบถามหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

Q. ปั๊มน้ำอัตโนมัติเปิดแล้วไม่หยุดหรือไม่ดูด หลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร

อาจเป็นเพราะอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ (สวิตช์แรงดัน) เสียหายจากน้ำ หรือมีอากาศในท่อ ควรตัดไฟและให้ช่างตรวจ

Q. ปั๊มจมน้ำใช้เวลาตรวจและซ่อมนานไหม

ขึ้นกับความเสียหายและสภาพปั๊ม ควรให้ช่างประเมินหน้างาน

ปรึกษาทีมวิศวกรสหคิมมอเตอร์

ไม่แน่ใจว่าปั๊มที่บ้านยังใช้ได้หรือไม่ ทักแชทปรึกษาทีมวิศวกรได้

ทักแชท LINE @sahakimmotor โทร 085-488-4848

บทความที่เกี่ยวข้อง
ปั๊มระบายน้ำท่วม STAC SAF เลือกให้ถูกงาน
สรุปสั้น: ปั๊มระบายน้ำท่วมที่เหมาะกับงานน้ำปริมาณมาก คือปั๊มจุ่มแนวแกน (Submersible Axial Flow Pump) ซึ่งจมทั้งชุดลงในน้ำ และดันน้ำไปตามแนวแกนเพลา จึงให้ปริมาณน้ำสูงมากในระยะยกต่ำ เหมาะกับงานระบายน้ำท่วม คลอง บ่อพัก และพื้นที่ลุ่ม ปั๊ม STAC SAF มี 4 รุ่น ขนาด 6–12 นิ้ว กำลัง 3.7–11 kW ใช้ไฟ 3 เฟส ระบายน้ำได้ 1.5–7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (ราว 90–420 ลบ.ม./ชม.) ที่ระยะยกใช้งาน 4–5 เมตร
28 ก.ย. 2026
ค้อนน้ำ (Water Hammer) ในระบบท่อโรงงาน แก้ไขอย่างไรไม่ให้ท่อแตก
ไขสาเหตุปรากฏการณ์ ค้อนน้ำ (Water Hammer) ในระบบท่อโรงงานอุตสาหกรรม พร้อม 5 วิธีแก้ไขและป้องกันแรงดันกระชากท่อแตกอย่างได้ผล ยกระดับความปลอดภัยด้วยตู้ควบคุม Booster Pump ระบบ IoT จากสหคิมมอเตอร์
19 ต.ค. 2026
ปั๊มแช่สูบน้ำท่วมขังชั้นใต้ดิน พร้อมช่างตรวจสอบหน้างาน
น้ำท่วมขังส่วนใหญ่ใช้ "ปั๊มแช่" (ปั๊มจุ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่าไดโว่) การเลือกให้ถูกดู 5 ข้อ คือ (1) ปริมาณน้ำที่ต้องสูบและเวลาที่ต้องการ (2) ระยะยกน้ำหรือเฮด (3) ชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก (4) ระบบไฟและความปลอดภัย (5) ไฟสำรองเมื่อไฟดับ ถ้าซื้อโดยดูแค่ "แรงม้า" มักได้ปั๊มที่ไม่พอหรือใหญ่เกินจำเป็น
12 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy