ปั๊มน้ำและระบบสูบน้ำ

ไขสาเหตุปรากฏการณ์ ค้อนน้ำ (Water Hammer) ในระบบท่อโรงงานอุตสาหกรรม พร้อม 5 วิธีแก้ไขและป้องกันแรงดันกระชากท่อแตกอย่างได้ผล ยกระดับความปลอดภัยด้วยตู้ควบคุม Booster Pump ระบบ IoT จากสหคิมมอเตอร์
19 ต.ค. 2026

น้ำท่วมขังส่วนใหญ่ใช้ "ปั๊มแช่" (ปั๊มจุ่ม หรือที่หลายคนเรียกว่าไดโว่) การเลือกให้ถูกดู 5 ข้อ คือ (1) ปริมาณน้ำที่ต้องสูบและเวลาที่ต้องการ (2) ระยะยกน้ำหรือเฮด (3) ชนิดน้ำและขนาดสิ่งสกปรก (4) ระบบไฟและความปลอดภัย (5) ไฟสำรองเมื่อไฟดับ ถ้าซื้อโดยดูแค่ "แรงม้า" มักได้ปั๊มที่ไม่พอหรือใหญ่เกินจำเป็น
12 ต.ค. 2026

น้ำลดแล้วยังไม่ควรเปิดปั๊มทันที ให้ตัดไฟและให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อน จากนั้นดูว่าปั๊มและมอเตอร์เคยจมน้ำหรือไม่ ปั๊มที่เคยจมน้ำไม่ควรเปิดเองจนกว่าจะผ่านการตรวจ แล้วจึงล้างถังเก็บน้ำและไล่น้ำในท่อทิ้ง ก่อนเปิดปั๊มครั้งแรกอย่างระมัดระวัง และอย่าดื่มน้ำจากระบบนั้นจนกว่าจะมั่นใจว่าสะอาดแล้ว
9 ต.ค. 2026

ให้เลือกปั๊มจาก ลักษณะงาน ก่อนดูรุ่น งานที่ต้องการน้ำปริมาณมากแต่ไม่ต้องส่งสูงหรือส่งไกล เช่น สูบน้ำจากคลองเข้านา หรือระบายน้ำออกจากแปลง เหมาะกับ ปั๊มจุ่มแบบไหลตามแนวแกน (Axial Flow) ส่วนงานที่ต้องส่งน้ำไกล ขึ้นที่ลาด หรือต้องการแรงดัน เช่น รดน้ำสวน ต่อสปริงเกอร์ เหมาะกับ ปั๊มหอยโข่ง ทั้งสองแบบต้องดูแหล่งน้ำและระบบไฟที่หน้างานก่อนตัดสินใจ เพราะเป็นสองเรื่องที่ทำให้เลือกผิดบ่อยที่สุด
6 ต.ค. 2026

สรุปสั้น: ปั๊มระบายน้ำท่วมที่เหมาะกับงานน้ำปริมาณมาก คือปั๊มจุ่มแนวแกน (Submersible Axial Flow Pump) ซึ่งจมทั้งชุดลงในน้ำ และดันน้ำไปตามแนวแกนเพลา จึงให้ปริมาณน้ำสูงมากในระยะยกต่ำ เหมาะกับงานระบายน้ำท่วม คลอง บ่อพัก และพื้นที่ลุ่ม ปั๊ม STAC SAF มี 4 รุ่น ขนาด 6–12 นิ้ว กำลัง 3.7–11 kW ใช้ไฟ 3 เฟส ระบายน้ำได้ 1.5–7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (ราว 90–420 ลบ.ม./ชม.) ที่ระยะยกใช้งาน 4–5 เมตร
28 ก.ย. 2026